แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Clamwin Antivirus แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Clamwin Antivirus แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คู่หู Clamwin - Winpooch

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเขียนบล็อก เลยต้องหาอะไรมาขัดตาทัพไว้ก่อนไม่ให้บล็อกดูรกร้างน่าเกลียดจนเกินไป นึกขึ้นได้ว่าเคยไปอ่านเจอในเว็บ "เสียงบ่นจากครูมนตรี" ที่แนะนำโปรแกรมกำจัดไวรัส Clamwin เอาไว้ และยังแนะนำคู่หูของ Clamwin ไว้ด้วย นั่นคือ Winpooch ซึ่งเป็นโปรแกรม Opensource เช่นเดียวกัน

เว็บของ Winpooch : http://www.winpooch.com/

คู่หูของ Clamwin ตัวนี้มีรูปลักษณ์เป็นหมาครับ มีหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน (watchdog) โดยมันจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของโปรแกรมต่างๆ ที่กำลังทำงานอยู่ ถ้าหากพบว่ามีอะไรพิรุธน่าสงสัย จะมีเสียงเห่า"โฮ่งๆ !"เตือนให้เรารู้ตัว และป้องกันการโจมตีของโปรแกรมไม่ประสงค์ดีพวกนั้นได้ จุดมุ่งหมายของโปรแกรมนี้คือเป็น anti spyware และ anti trojan ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโปรแกรมที่มีพฤติกรรมคล้ายๆสายลับ ส่วนโทรจันก็คือม้าไม้เมืองทรอย ที่ซ่อนทหารกรีกเข้าไปยึดเมืองทรอยนั่นเอง ดังนั้น Winpooch จึงป้องกันโปรแกรมจำพวกนี้ ที่มักจะลักลอบเข้ามาโจมตีแบบไม่ให้เรารู้ตัว Winpooch ก็เหมือนกับเป็นสายลับซ้อนสายลับอีกทีหนึ่ง คอยติดตามสืบดูพฤติกรรมของโปรแกรมอื่นๆเพื่อความปกติสุขของมหาชน ซึ่งผู้พัฒนาโปรแกรมก็ทำให้ Winpooch สามารถทำงานร่วมกับ Clamwin ได้เป็นอย่างดี โดย Winpooch จะคอยจับตาดูความผิดปกติของโปรแกรมต่างๆ ถ้ามันเจอไวรัสก็จะส่งไวรัสนั้นให้ Clamwin จัดการ จึงช่วยลดข้อด้อยของ Clamwin ที่ไม่สามารถตรวจจับไวรัสแบบอัตโนมัติได้ ถ้าใครกำลังใช้ Clamwin อยู่ก็ลองเอาหมาเฝ้าบ้าน Winpooch ไปไว้เป็นเพื่อนอีกตัวสิครับ ที่สำคัญคือใช้ฟรีไม่เสียเงินแต่อย่างใด

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เมื่อ Clamwin สิ้นท่า พ่ายต่อไวรัส Sality

เป็นธรรมดาของโปรแกรมกำจัดไวรัสทุกตัวที่จะต้องมีจุดอ่อน มีช่องโหว่ ตรวจจับและจัดการไวรัสบางตัวไม่ได้ (บางทียังไปกล่าวหาไฟล์ปกติของเราเองว่าเป็นไวรัสอีก 55+) ถึงแม้ผู้พัฒนาโปรแกรมจะพยายามกำจัดจุดอ่อนที่มีอยู่อย่างไร แต่ก็คงไม่มีวันหมด ยังคงต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ทันต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ถ้าติดตั้งโปรแกรมกำจัดไวรัสไว้แล้ว ก็ควรหมั่นอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอๆ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม แล้วมาโทษมันทีหลังว่าไม่ช่วยกันเลย ทั้งๆที่ต้นเหตุสำคัญน่าจะมาจากตัวผู้ใช้มากกว่า

อย่างที่เคยเขียนถึงโปรแกรม Clamwin Antivirus มาแล้วว่ามันมีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือมันไม่ได้ทำงานแบบ real time คือไม่ได้ตรวจจับไวรัสให้อัตโนมัติ เราต้องสั่งสแกนไวรัสเอง (เป็นความไม่สะดวกสบายของผู้ใช้อย่างผมเองน่ะ 55+ รวมทั้งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ติดไวรัสไปแล้วถึงค่อยมาจัดการทีหลัง ไม่ได้ป้องกันไว้เลย ดังนั้นผมว่าแคลมวินคงมีบทบาทเป็นเพียงพระรอง เป็นตัวช่วยเสริม และมีไว้ใช้ใน USB แฟลชไดร์ฟ กรณีที่ต้องไปทำงานกับคอมพิวเตอร์แปลกหน้าที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจ) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ผมจะพูดถึงวันนี้ จากที่ผมลองใช้เจ้า Clamwin antivirus นี้ดู ก็ค่อนข้างพอใจกับมันที่สามารถกำจัดไวรัสใน USB flash drive ได้ดี โดยเฉพาะ Brontok A ที่แพร่ระบาดมากผ่านทาง USB แฟลชไดร์ฟ ซึ่งผมโดนบ่อย พึงระลึกไว้ว่า แต่ละที่ แต่ละคน มีโอกาสเจอไวรัสได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้น Clamwin อาจจะใช้ได้ผลในที่หนึ่ง แต่ในอีกที่อาจได้ผลไม่ดีก็เป็นได้ ถ้าดันไปเจอไวรัสตัวที่มันกำจัดไม่ได้ ซึ่งในที่สุด Clamwin ของผมก็ได้เจอกับคู่ปรับตัวฉกาจ ที่ Clamwin ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ตรวจหาไวรัสก็ไม่เจอ หนำซ้ำ Clamwin ยังโดนมันโจมตีเองเสียอีก (ยังกะเชื้อ HIV โจมตีระบบภูมิคุ้มกันคน)

ผมมาทราบทีหลังว่าไวรัสที่เจอนี้มีชื่อว่า Sality (เป็นไวรัสที่แพร่กระจายทางแฟลชไดรฟได้) โดยวิธีการง่ายๆถ้าอยากรู้ว่าไฟล์ต้องสงสัยนั้นติดไวรัสอะไร หรือเป็นไวรัสอะไร ทำได้โดยเข้าเว็บไซต์นี้ครับ
http://www.virustotal.com/ และทำการส่งไฟล์ต้องสงสัยนั้นเข้าไป เว็บไซต์นี้จะใช้โปรแกรม Antivirus ทุกชนิดเท่าที่จะหาได้มาตรวจไฟล์นี้ให้ครับ (แต่ไม่ได้ช่วยกำจัดไวรัสให้) และจะแสดงผลให้ดูว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่บอกว่าไฟล์นี้เป็นไวรัสอะไร และบางโปรแกรมก็อาจจะบอกว่าไฟล์นั้นไม่ใช่ไวรัส เราก็จะดูผลโดยรวม ประเมินว่ามันน่าจะเป็นไวรัสรึเปล่า น่าจะเป็นซักกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อดีอีกอย่างคือเราจะได้รู้ว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่สามารถจัดการเจ้าไวรัสที่เราเจออยู่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าจากการทดสอบของผม โปรแกรม Clam AV (ซึ่งมีฐานข้อมูลไวรัสเหมือนกับ Clamwin) ตรวจไม่เจอไวรัส Sality

สำหรับอาการของแฟลชไดร์ฟหลังจากที่ติดไวรัส Sality นั้น ผมเจอไฟล์ชื่อแปลกๆหลายไฟล์ (อ่านชื่อไม่ออกด้วย) เมื่อลบมันทิ้ง ก็มีไฟล์ใหม่เกิดขึ้นมา แล้วชื่อมันเปลี่ยนไปด้วยอ่ะ และก็มีไฟล์ชื่อ Autorun.inf ประมาณว่ามันจะเป็นตัวสร้างไฟล์ชื่อแปลกๆพวกนั้นโดยการสุ่มตัวอักษรมาตั้งเป็นชื่อไฟล์มั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วในแฟลชไดร์ฟผมจะมีโปรแกรม CPE17 Autorun killer ใช้กำจัดพวกไวรัส Autorun (ที่โปรแกรมป้องกันไวรัสส่วนใหญ่มักมองข้าม จัดการไม่ได้) แต่ก่อนก็ใช้ได้ผลอยู่นะ กำจัดไวรัสที่ตั้งไฟล์ชื่อ Autorun.inf ได้ดี แต่มาคราวนี้มันกลับใช้ไม่ได้ผล แล้วเวลาสั่งมันสแกนเพื่อกำจัดไวรัส autorun โปรแกรมยังค้างอีก เหอๆ นอกจากนี้ยังเปิดโปรแกรม Clamwin ขึ้นมาไม่ได้ด้วย ดูเหมือนว่ามันจะมีผลต่อไฟล์นามสกุล .exe (โปรแกรมทั้งหลายรวมทั้งโปรแกรมกำจัดไวรัสด้วย) โดยไวรัสจะไปฝังตัวอยู่ที่ไฟล์ .exe เหล่านี้ ซึ่งผมสังเกตเห็นว่าไฟล์ .exe ที่ใช้เปิดโปรแกรม Clamwin มีขนาดใหญ่กว่าเดิม (จาก 114 kb เป็น 188 kb) นี่ตอนที่ผมไปดับเบิ้ลคลิกมันก็อาจจะทำให้ไวรัสมันทำงานต่อก็เป็นได้

นั่นคือประสบการณ์ที่ผมเจอมากับเจ้าไวรัส sality ครับ ร้ายกาจจริงๆ ถ้าลองค้นหาด้วยกูเกิ้ลก็จะมีคนบอกเล่าเรื่องราวการเจอเจ้าไวรัสตัวนี้มากมาย รวมทั้งวิธีการกำจัดมันด้วย ผมก็เจอข้อมูลไวรัสตัวนี้ ซึ่งคนเขียน เขียนไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว อ่านเพิ่มเติมกันดูนะครับ
ที่นี่
http://www.webphand.com/sality/

วิธีการกำจัดไวรัส Sality
- ลองอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสในคอมพิวเตอร์ของคุณดูก่อน (ถ้าไม่ได้อัพเดตมานาน) และเท่าที่ผมทราบโปรแกรมป้องกันไวรัสที่สามารถจัดการไวรัส Sality ได้ ได้แก่ Kaspersky, McAfee, Symantec, Doctor Web, Sophos, Trend Micro, FRISK, ALWIL, Grisoft, Softwin, Panda, และ Eset (NOD32) สำหรับลิงค์เข้าเว็บไซต์ของโปรแกรมเหล่านี้ เข้าไปดูได้ที่นี่
http://gotoknow.org/blog/ekkawits/197696
- Win32/Sality remover 1.1.0.153 ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี (พัฒนาโดย Grisoft)
http://www.softpedia.com/get/Antivirus/Win32-Sality-Remover.shtml
- วิธีการที่ยากขึ้นมาหน่อย เหมาะสำหรับคนที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์
http://www.spywareremove.com/removeSality.html

ถ้ามีข้อสงสัยหรือมีอะไรผิดพลาดช่วยท้วงติงด้วยนะ ขอบคุณมากครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

วิธีการใช้ Clamwin Antivirus (จากประสบการณ์การใช้งานกว่า 2เดือน)

Clamwin Antivirus ที่เป็นเวอร์ชั่น portable (สั่งให้ทำงานจากแฮนดี้ไดร์ฟได้) อาจจะไม่มีความสามารถบางอย่างเทียบเท่ากับเวอร์ชั่นเต็มที่ติดตั้งลงคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมว่าอาจไม่ค่อยจำเป็นนัก ขอแค่ให้มันสแกนไวรัสและกำจัดไวรัสได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะอย่างที่เล่าไปในตอนที่แล้วว่า Clamwin Portable เหมาะกับการเอาไปใช้งานข้างนอก เป็นด่านแรกป้องกันไม่ให้มีไวรัสหลงเหลืออยู่ในแฮนดี้ไดร์ฟเรา ไม่ให้แฮนดี้ไดร์ฟกลายเป็นพาหะนำไวรัสไปติดคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆต่อ สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนตัวผมว่าใช้โปรแกรมกำจัดไวรัสอื่นที่มีความสามารถเต็มที่จะดีกว่า (ย้ำว่า Clamwin ไม่ตรวจจับไวรัสให้อัตโนมัตินะครับ) แต่จะให้บอกว่าโปรแกรมไหนดีที่สุดคงตัดสินไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้คอมของแต่ละคน
เรามาดูวิธีการใช้ Clamwin กันครับ
เริ่มแรกก็ดาวน์โหลดไฟล์จาก http://portableapps.com/apps/utilities/clamwin_portable

จากนั้นก็เปิดไฟล์ขึ้นมา ทำการติดตั้งโปรแกรม กด Next แล้วเลือกว่าจะให้ติดตั้งลงที่ไหน จะในคอมพิวเตอร์หรือแฮนดี้ไดร์ฟก็ได้ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเราก็จะได้โฟลเดอร์ชื่อว่า ClamwinPortable โฟลเดอร์นี้เราสามารถจะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนก็ได้ ใส่แฮนดี้ไดร์ฟหรือใส่ใน CDก็ได้ เรียกว่าเป็นโปรแกรมที่ Standalone คืออยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง แค่มีโฟลเดอร์นี้อันเดียวก็สามารถใช้งานเป็นโปรแกรมกำจัดไวรัสได้สมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยอย่างอื่นในการทำงาน

เปิดโปรแกรมขึ้นมาโดยดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนตัวสีฟ้าๆแบบข้างล่างนี้ ซึ่งในครั้งแรกที่เปิด โปรแกรมจะให้เราดาวน์โหลดฐานข้อมูลไวรัสมาก่อน กด Yes โปรแกรมจะดาวน์โหลดฐานข้อมูลมาให้อัตโนมัติ (รวมแล้วจะมีขนาดประมาณ 25 เมกกะไบต์)

คำสั่งใช้งานหลักที่ใช้บ่อยๆ จะมีอยู่ 4 อย่าง จะเห็นเป็น 4 รูปอยู่ด้านบน

เรียงจากซ้ายไปขวา

1. Display Preference window จะใช้ในการตั้งค่าต่างๆของโปรแกรม อันที่จำเป็นต้องปรับก็เห็นมีอยู่อันเดียวคือ ในหัวข้อ general ส่วนที่ให้ตั้งว่าจะจัดการอย่างไรเมื่อตรวจพบไวรัสซึ่งในตอนแรกจะกำหนดไว้ว่าให้รายงานเฉยๆเมื่อพบไวรัส แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้กำจัดไวรัสนั้นเลย หรือจะย้ายไวรัสแยกไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ Quarantine แล้วค่อยกำจัดทีหลังก็ได้ (เผื่อว่าเป็นไฟล์ของเราเองแล้วโปรแกรมคิดว่ามันเป็นไวรัส) ส่วนคำสั่งอื่นๆนั้นถ้าสนใจก็เข้าไปอ่านได้ในคู่มือการใช้ โดยเข้าไปในโฟลเดอร์ App >> Clamwin >> Bin >> manual_en

2. Start Internet Updateใช้ในการอัพเดตฐานข้อมูลไวรัส นอกจากนี้เวลาเปิดโปรแกรมก็จะมีการเตือนให้อัพเดตฐานข้อมูลถ้าหากไม่ได้อัพเดตนานเกิน 5 วันด้วย

3. Scan Computer memory for virus แนะนำว่าควรสแกนความจำของคอมพิวเตอร์เสมอก่อนที่จะไปสแกนไฟล์ โฟลเดอร์หรือไดร์ฟต่างๆ เพราะเคยเจอมาแล้วว่าพอสแกนแฮนดี้ไดร์ฟของตัวเองเสร็จ ปรากฏว่ามันก็กลับมาติดไวรัสใหม่อีก คิดว่าน่าจะเป็นเพราะไวรัสมันยังทำงานอยู่ใน memory ของคอมพิวเตอร์ อันนี้อย่าเพิ่งสับสนนะครับว่ามันต่างกับหน่วยความจำในไดร์ฟ C,D ของคอมพิวเตอร์ยังไง คือคำสั่งนี้จะใช้สแกน memory ของคอมพิวเตอร์ในขณะนั้น เช่น ไฟล์ของ Window พวก system 32 ที่กำลังถูกใช้งานอยู่ รวมทั้งโปรแกรมต่างๆที่เราเปิดอยู่ด้วย(ถ้าเทียบกับคน drive C,D ก็เหมือนกับความทรงจำที่เก็บเอาไว้เฉยๆ แต่ถ้ามีการเรียกมาใช้ก็เหมือนกับตอนที่เรากำลังคิดนั่นคิดนี่ เอามาประมวลผลกัน)

4. Scan Selected file for viruses ใช้สแกนไฟล์ โฟลเดอร์หรือไดร์ฟที่เลือก วิธีการเลือกก็เพียงแค่คลิกในกล่อง 4 เหลี่ยมข้างล่างที่มีหลายๆไดร์ฟให้เลือกนั่นละครับ ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปเพื่อเลือกโฟลเดอร์หรือไฟล์ที่ต้องการแล้วกดที่คำสั่ง scan

ตัวอย่างหลังจากที่ scan เสร็จแล้ว

หวังว่าคงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้โปรแกรมกำจัดไวรัส Clamwin นะครับ ที่เหลือก็ลองศึกษากันดู ถ้ามีคำถามอะไรก็โพสต์ถามกันได้ครับ

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551

โปรแกรมกำจัดไวรัสพกพาได้ Clamwin Antivirus

เคยมั้ยเวลาที่ต้องไปใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะอย่างตามศูนย์คอมพิวเตอร์ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่ทำงาน ร้านคอมพิวเตอร์ หรือไปยืมใช้ของเพื่อน แล้วปรากฏว่าไม่มีการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสไว้เลย ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะมีไวรัสแฝงเร้นอยู่ในเครื่องคอมนั้นและมีโอกาสที่จะติดมาได้ ถ้าเพียงแต่เราเอาแฮนดี้ไดร์ฟ (Handy drive) หรือแฟลชไดร์ฟ (USB Flash drive) ไปเสียบเครื่องคอมก็อาจจะติดไวรัสมาได้อย่างง่ายดาย ซึ่งตอนนี้ผมก็เจอปัญหาเช่นนี้อยู่เป็นประจำ ขนาดศูนย์คอมในมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสเอาไว้แล้วยังให้ลงโปรแกรมเองไม่ได้อีก อย่างนี้ไวรัสมันก็แพร่ระบาดไปทั่วสิครับ เดี๋ยวก็มีคนจิ้มทีนึง แล้วเอาไปจิ้มอีกเครื่อง มันก็ติดกันไปหมด กลายเป็นแหล่งสะสมไวรัสชั้นเยี่ยม ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นเช่นนี้ สิ่งมีชีวิตอย่างผมที่จำเป็นต้องอาศัยพึ่งพิงศูนย์คอมแห่งนี้จึงต้องปรับตัวตาม เลยลองไปค้นหาโปรแกรมที่สามารถพกพาใส่แฮนดี้ไดร์ฟได้ และสั่งให้มันทำงานจากในนั้นได้เลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่อง (แต่ก็สามารถก๊อปปี้ลงเครื่องคอมแล้วค่อยสั่งใช้งานก็ได้) โปรแกรมแนวนี้กำลังเป็นที่นิยมอยู่พอสมควร เรียกกันว่าเป็น Portable program ซึ่งผมไปเจอโปรแกรมกำจัดไวรัสตัวหนึ่งที่เป็นโปรแกรมฟรี มีทั้งแบบติดตั้งลงเครื่องได้ และไม่ต้องติดตั้ง ชื่อว่า Clamwin (แคลมวิน) แถมเป็น Opensource ด้วย นั่นคือถ้าใครมีความสามารถทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ก็สามารถจะนำไปพัฒนาต่อได้

นี่คือเว็บหลักอย่างเป็นทางการครับ
http://www.clamwin.com/

ถ้าหากต้องการ Clamwin ที่พกพาได้
ก็มีการอธิบายวิธีการทำที่นี่ http://www.clamwin.com/content/view/118/89/
หรือจะไปดาวน์โหลดได้ฟรีจาก http://portableapps.com/apps/utilities/clamwin_portable

โปรแกรม Clamwin นี้ตัวเล็กมากดาวน์โหลดมาตอนแรกแค่ 6 MB แต่ต้องดาวน์โหลดฐานข้อมูลไวรัสอีกซึ่งใช้เวลาไม่นาน เบ็ดเสร็จก็ใช้พื้นที่ประมาณ 25 MB ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่น 0.94 แล้ว จากเท่าที่ใช้มาก็ถือว่ามีประสิทธิภาพดีพอใช้ได้ แต่ข้อเสียคือต้องขอบอกว่ามันเป็นโปรแกรมกำจัดไวรัส แต่ไม่ได้ป้องกันไวรัสนะครับ เพราะว่าโปรแกรมนี้จะไม่สแกนไวรัสแบบอัตโนมัติ คือพอไวรัสเข้ามาโจมตีแฮนดี้ไดรฟเรา โปรแกรมจะไม่ได้ป้องกัน ไม่ตรวจจับให้ เราต้องมาสั่งสแกนด้วยตัวเอง Clamwin ถึงจะตรวจเจอไวรัสได้ ซึ่งถึงแม้ว่า Clamwin อาจจะมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าโปรแกรมอื่นๆที่ติดตั้งลงคอมพิวเตอร์และสามารถตรวจจับไวรัสได้อัตโนมัติ แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังชอบโปรแกรมนี้อยู่เพราะอย่างน้อยก็ยังพออุ่นใจได้ว่า ในบางสถานการณ์เราก็ยังมีอาวุธใช้สู้กับไวรัสได้บ้าง เหมือนมีทหารเอกคู่ใจพกพาใส่ไว้ในแฟลชไดรฟไปไหนต่อไหนได้สะดวก

Clamwin จะเน้นการกำจัดไวรัสและสปายแวร์ (Spyware) และเวอร์ชั่นล่าสุดนี้ก็มีความสามารถในการตรวจเจอพวกมัลแวร์ (Malware) ได้มากขึ้นด้วย แต่ก็เป็นธรรมดาของทุกสรรพสิ่งในโลกที่ไม่สมบูรณ์เพียบพร้อมไปทุกอย่าง เช่นกันกับโปรแกรมกำจัดไวรัสที่ไม่มีโปรแกรมไหนจะสามารถตรวจเจอและกำจัดไวรัสได้ทุกชนิดในโลก ผมก็พบว่า Clamwin ไม่สามารถกำจัดไวรัสบางตัวได้อย่างเช่น Sality ดังนั้นการระวังป้องกันด้วยตัวเองจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด (ดีกว่าหวังพึ่งโปรแกรมอย่างเดียว เพราะถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะติดไวรัสอยู่แล้ว ถึงเสียเงินซื้อโปรแกรมดีๆก็ป้องกันไวรัสได้ไม่หมด) เช่น ถ้าหากเห็นว่าคอมพิวเตอร์ที่ไหนไม่ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสก็ควรจะหลีกเลี่ยงการเสียบแฮนดี้ไดรฟโดยไม่จำเป็น และไม่ควรเข้าเว็บไซต์หรือดาวน์โหลดอะไรที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจอย่างเช่นเว็บโป๊ หนังโป๊เพราะอาจได้ไวรัสแถมมาด้วย จะว่าไปแฮนดี้ไดร์ฟก็ทำให้เราสำส่อนกับคอมพิวเตอร์กันมากขึ้นนะ และเดี๋ยวนี้ก็มีไวรัสที่ติดต่อกันทางแฮนดี้ไดรฟกันมากขึ้นด้วย การติดต่อแพร่ระบาดก็เลยง่ายกันไปใหญ่ แค่เอาไปเสียบกับเครื่องคอมแปลกหน้าก็ติดไวรัสซะแล้ว เลยไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมโรคเอดส์อื่นๆถึงเป็นปัญหาใหญ่ในยุคสมัยนี้ เพราะการสำส่อนทางเพศนั่นเอง แค่มีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าก็มีโอกาสติดเชื้อมาแล้ว และกว่าจะแสดงอาการก็ใช้เวลานาน ยังไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อไปแล้ว ก็เอาไปติดคนอื่นได้อีกรวมทั้งเมียตัวเองด้วย ยังดีที่โรคพวกนี้พอจะป้องกันการติดต่อได้ด้วยการใส่ถุงยางอนามัย แต่เจ้าแฟลชไดร์ฟนี่สิ ไม่เห็นมีผู้ผลิตเจ้าไหนทำถุงยางออกมาขายมั่ง เลยติดกันไปทั่วมั่วไปหมด แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส คอมพิวเตอร์ติดไวรัสแล้วยังพอแก้ได้ ถึงแก้ไม่ได้ก็ล้างเครื่องลงโปรแกรมใหม่ เสียข้อมูลสำคัญไปบ้าง ไว้เป็นบทเรียนของการสำส่อนและไม่รู้จักป้องกันตัวเอง แต่ชีวิตคนถ้าได้ติดเชื้อเอดส์ไปแล้ว ถึงจะยังพอมีทางรักษาให้อายุยืนยาวขึ้นได้ แต่เชื้อยังคงอยู่ตราบจนวันตาย รอฉวยโอกาสโจมตีเมื่อร่างกายอ่อนแอ แถมมีเชื้อโรคอื่นมาติดแทรกซ้อนเข้าไปอีก มีแต่ทุกข์ทรมาน ดังนั้นก่อนจะไปจิ้มไปเสียบกับใครก็พึงระลึกไว้ว่ามันไม่เหมือนกับเอาแฟลชไดร์ฟไปเสียบคอมพิวเตอร์ ที่ถ้าเสียบคราวนี้ติดเอดส์มา ก็ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับมันไปจนตาย จะอยู่แบบทุกข์หรือสุขก็ขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคน แต่จะหาโอกาสแก้ตัวกำจัดเชื้อเอดส์ออกจากตัวคงทำได้ยาก (ไม่เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ถึงจะติดไวรัสร้ายแรงขนาดไหน ก็ยังสามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม)

สรุปข้อคิดประจำวันนี้ "คิดให้ดีก่อนเสียบ"
ไว้ตอนต่อไปจะเขียนเกี่ยวกับวิธีการใช้งานโปรแกรม Clamwin เท่าที่เคยมีประสบการณ์มานะครับ