วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คู่หู Clamwin - Winpooch

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเขียนบล็อก เลยต้องหาอะไรมาขัดตาทัพไว้ก่อนไม่ให้บล็อกดูรกร้างน่าเกลียดจนเกินไป นึกขึ้นได้ว่าเคยไปอ่านเจอในเว็บ "เสียงบ่นจากครูมนตรี" ที่แนะนำโปรแกรมกำจัดไวรัส Clamwin เอาไว้ และยังแนะนำคู่หูของ Clamwin ไว้ด้วย นั่นคือ Winpooch ซึ่งเป็นโปรแกรม Opensource เช่นเดียวกัน

เว็บของ Winpooch : http://www.winpooch.com/

คู่หูของ Clamwin ตัวนี้มีรูปลักษณ์เป็นหมาครับ มีหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้าน (watchdog) โดยมันจะคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของโปรแกรมต่างๆ ที่กำลังทำงานอยู่ ถ้าหากพบว่ามีอะไรพิรุธน่าสงสัย จะมีเสียงเห่า"โฮ่งๆ !"เตือนให้เรารู้ตัว และป้องกันการโจมตีของโปรแกรมไม่ประสงค์ดีพวกนั้นได้ จุดมุ่งหมายของโปรแกรมนี้คือเป็น anti spyware และ anti trojan ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโปรแกรมที่มีพฤติกรรมคล้ายๆสายลับ ส่วนโทรจันก็คือม้าไม้เมืองทรอย ที่ซ่อนทหารกรีกเข้าไปยึดเมืองทรอยนั่นเอง ดังนั้น Winpooch จึงป้องกันโปรแกรมจำพวกนี้ ที่มักจะลักลอบเข้ามาโจมตีแบบไม่ให้เรารู้ตัว Winpooch ก็เหมือนกับเป็นสายลับซ้อนสายลับอีกทีหนึ่ง คอยติดตามสืบดูพฤติกรรมของโปรแกรมอื่นๆเพื่อความปกติสุขของมหาชน ซึ่งผู้พัฒนาโปรแกรมก็ทำให้ Winpooch สามารถทำงานร่วมกับ Clamwin ได้เป็นอย่างดี โดย Winpooch จะคอยจับตาดูความผิดปกติของโปรแกรมต่างๆ ถ้ามันเจอไวรัสก็จะส่งไวรัสนั้นให้ Clamwin จัดการ จึงช่วยลดข้อด้อยของ Clamwin ที่ไม่สามารถตรวจจับไวรัสแบบอัตโนมัติได้ ถ้าใครกำลังใช้ Clamwin อยู่ก็ลองเอาหมาเฝ้าบ้าน Winpooch ไปไว้เป็นเพื่อนอีกตัวสิครับ ที่สำคัญคือใช้ฟรีไม่เสียเงินแต่อย่างใด

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การรุกรานของการตลาด - โฆษณาทางมือถือ

รู้สึกว่าจะห่างเหินจากการเขียนบล็อกไปนาน คงเพราะกำลังยุ่งๆอยู่กับสารพัดงาน บวกกับความขี้เกียจส่วนบุคคล ที่ห้ามบล็อกเกอร์ทั้งหลายลอกเลียนแบบ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากมายที่ปล่อยให้บล็อกรกร้างว่างเปล่า เอาเถอะนะถึงจะร้างคนเข้ามาดู แต่ก็ขออย่าให้เจ้าของบล็อกร้างราหายไปอีกคนเลย ไม่งั้นจะกลายเป็นบล็อกร้างอย่างถาวร

อ่านหัวข้อแล้ว คงรู้ว่าตั้งใจจะเขียนถึงอะไร โดยเฉพาะคนที่มีโทรศัพท์มือถือน่าจะคุ้นเคยกันดี เมื่ออยู่ๆมีข้อความลึกลับส่งเข้ามือถือ เชิญชวนให้ไปใช้บริการจำพวกโหลดเพลง คลิปวิดีโอ ดูดวง ให้หวยแม่นๆ ผลฟุตบอล ข่าวด่วนร้อนๆ ผมก็สงสัยมาตลอดว่าเขารู้เบอร์มือถือเราได้ยังไงกัน ถึงส่งมาได้เรื่อยและยังมีหลายโฆษณาหลายรูปแบบให้เลือกสรร หรือจะเป็นเครือข่ายมือถือนั่นแหละ (เช่น AIS DTAC Orange) ที่เอาเบอร์ไปขายให้ธุรกิจจำพวกนี้ (หรืออาจแลกกับผลประโยชน์บางอย่าง) ซึ่งก็ยังไม่รู้แน่ชัด ใครรู้ช่วยออกมาเปิดโปงขบวนการนี้กันหน่อย ถ้าหากจริง มันก็ไม่ยุติธรรมกับผู้ใช้เลย ที่ต้องมารำคาญกับโฆษณาไร้สาระ และอาจจะ "เสียค่าโง่" ให้ธุรกิจพวกนี้ได้ ที่เจอบ่อย จะมีข้อความยั่วยวนกิเลศตัณหาด้วยคำว่า"ฟรี" นำมาก่อน ใช้ฟรี 7 วันบ้าง 1 เดือนบ้าง แต่ไม่ได้บอกเงื่อนไขรายละเอียด แต่บอกให้โทรไปฟังได้ที่เบอร์ xxxxx ถ้าเกิดสนใจโทรไปฟัง อาจจะเสียเงินค่าโทร "ฟรี" ได้ง่ายๆ (แต่บางอย่างก็โทรฟังฟรี ดังนั้นต้องดูรายละเอียดให้ดีก่อน) ก็อยากจะเตือนเอาไว้ ธุรกิจพวกนี้ผมว่าถ้าไม่สนใจอยากได้สินค้าบริการเขาจริงๆ อย่าไปยุ่งด้วยเลยดีกว่า บางทีลองใช้ฟรี ปรากฏว่าเราเองที่ลืมว่าหมดช่วงฟรีไปแล้ว มารู้ตัวอีกที ยอดเงินมือถือก็โดนตัดไปเรียบร้อย หรือบางคนจำได้ว่าจะหมดช่วงฟรีแล้ว แต่ไม่สันทัดถนัดเรื่องเทคโนโลยี ดันหาวิธีบอกยกเลิกไม่ทันการณ์ ก็ได้เสียเงินกันอีก

การตลาดทุกวันนี้มีความดุเดือดกันมากขึ้นกว่าสมัยก่อน บางทีก็อาจจะมองข้ามคุณธรรมจริยธรรมไปบ้าง ส่วนการโฆษณาทาง SMS เข้ามือถือนี่ ถึงจะไม่ผิดกฏหมาย ไม่ผิดศีลธรรม แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นการรุกรานพื้นที่ส่วนบุคคล ว่ากันเข้าไปนั่น จริงๆเขาก็ไม่ได้มารุกรานอะไรจริงๆจังๆหรอก แต่มันเป็นความรู้สึกน่ะ เหมือนถูกรุกรานความเป็นส่วนตัว อย่างโฆษณาแบบอื่นเรายังเลือกดูเลือกชมได้ แต่นี่มันส่งตรงเข้ามือถือเลยแม้แต่เวลาอยู่บ้านหรือนอนหลับ แต่ก็ทำอะไรกับโฆษณาพวกนี้ไม่ได้ นอกจากลบทิ้งไป แต่ที่น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่เริ่มมีโทรศัพท์มือถือใช้กันแล้ว หันมาใช้บริการพวกนี้กันมากขึ้น พวกที่ชอบใช้แบบฟุ่มเฟือยเกินตัว ทั้งโหลดคลิปโป๊ คลิปคนหน้าเหมือน หรือโหลดเพลงกันเป็นว่าเล่น คือถ้าใช้แบบพอดีๆ ใช้เท่าที่จำเป็น ก็ไม่เสียหายหรอกนะ ขออย่าไปใช้บริการอะไรๆ ที่มันไร้สาระงี่เง่า อย่างรับข้อความขำขัน เรื่องตลก ซุบซิบดารา ซึ่งผมว่าหาได้รอบตัว ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียเงินเลย หรือถ้าคิดจะไปใช้บริการทำนายดวงชะตาชีวิต ก็ฟันธงได้เลย ว่าถ้าถึงขนาดยอมเสียเงิน เชื่อคำทำนายทาง SMS แบบนี้ ชีวิตคงไม่รุ่งเท่าไหร่ และฟันธงอีกทีว่าถ้าเลิกใช้ คุณจะมีเงินทองไหลมาเทมาอีกอย่างน้อยเดือนละ 30 บาท และสุดท้ายคือบริการส่งเลขเด็ด ใบ้หวย ก็ไม่รู้ว่าเค้ามั่วตัวเลขส่งมาให้รึเปล่า และแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ถ้าเป็นบริการอย่างอื่น ยังต้องคิดข้อความ หรือหาข้อมูลหาข่าวกันบ้าง แต่นี่ใบ้หวย ทำได้ง่ายมาก ส่งมาแต่ตัวเลข ให้คนรับ SMS ไปตีความซื้อหวยกันเอาเอง แล้วหลอกว่าเป็นเลขเด็ดจากเกจิอาจารย์ดัง แทนที่จะเสียเงินแบบนี้ น่าจะเอาเวลาไปขูดจอมปลวกยังจะได้ประโยชน์กว่านะ ได้บริหารแขนและสายตาไปในตัว ^^

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ทันโลกทันคน กับวิทยุต แสงโสภิต

....

จากเพลง "ป่าลั่น"

แดดส่องฟ้าเป็นสัญญาวันใหม่
พวกเราแจ่มใสเหมือนนกที่ออกจากรัง
ต่างคนรักป่าป่าคือความหวัง
เลี้ยงชีพเรายังฝังวิญญาณนานไป
ตื่นเถิดหนาอายนกกามันบ้าง
แผ่นดินกว้างขวางถางคนละมือละไม้
รอยยิ้มของเมียชะโลมฤทัย
ซับเหงื่อผัวได้ให้เราจงทำดี
เสื้อผ้าขี้ริ้วปลิวเพราะแรงลมเป่า
กลิ่นไอพวกเราเขาคงจะเดินเมินหนี
คราบใดไหนเล่าเท่าคราบโลกีย์
เคล้าอเวจีหามีใครเมินมัน

....


เป็นมนุษย์ เป็นได้เพราะใจสูง
เหมือนดังยูง มีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตนได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียกมนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูกทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวันสุขสันติ์จริง
ใจสกปรก มืดมัวและร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียกว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิดจิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอุบาย
คิดดูเถิด ถ้าใครไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตนรีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมาอย่าเชือนเอย ฯ

คำกลอนธรรมะจากท่านพุทธทาสภิกขุ
....

เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกนึกย้อนไปถึงบรรยากาศเก่าๆ วันเก่าๆ เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว สมัยยังเป็นเด็กนักเรียนหัวเกรียน อาจเป็นเพราะวันนั้นผมตื่นเช้ากว่าปกติ ราวๆ 6 โมง บรรยากาศธรรมชาติรอบตัวกำลังสดชื่น ท้องฟ้าสีครามหม่นๆเพราะดวงอาทิตย์ยังสาดแสงไม่เต็มที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย เสียงนกร้องกังวานแว่วมาเป็นระยะ กลิ่นอายของน้ำค้างและดินชวนให้นึกถึงวันวานในอดีต

สมัยก่อนที่บ้านผมมักจะเปิดวิทยุตอนเช้า ฟังวิทยุไปทำงานไป ช่วงประมาณ 6 โมงเช้าจะฟังรายการ "ทันโลกทันคน" ดำเนินรายการโดยคุณวิทยุต แสงโสภิต ซึ่งเป็นเวลาที่ผมตื่นพอดีเพื่ออาบน้ำกินข้าวเตรียมตัวไปโรงเรียน (ก่อนหน้านั้น ประมาณตี 5 มีรายการของ ทวน ทักษิณ ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจว่าผู้จัดรายการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งมา 3 ปีแล้ว) ผมจึงได้ฟังเพลง "ป่าลั่น" ซึ่งเป็นเพลงเริ่มรายการทันโลกทันคน ฟังคุณวิทยุตอ่านบทกลอนธรรมะของท่านพุทธทาสภิกขุ และเล่าข่าวสารต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าเทียบจากความรู้สึกของผมในสมัยนั้น คิดว่าถ้า "ทันโลกทันคน" ยังคงมีอยู่ คงเป็นคู่แข่งที่สูสีกับรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ของคุณสรยุทธแน่ๆ หากแต่ว่า "ทันโลกทันคน" เป็นเพียงรายการวิทยุท้องถิ่นของชาวสุราษฏร์ธานีเท่านั้นเอง ไม่ได้ออกอากาศไปทั่วประเทศ จึงคงยังไม่โด่งดังเท่า "เรื่องเล่าเช้านี้"

น่าเสียดายว่า "ทันโลกทันคน" ไม่ได้อยู่ยงคงกระพันจนถึงปัจจุบัน (หรืออาจจะมีอยู่ แต่เปลี่ยนผู้จัดรายการ ผมก็ไม่ทราบ) ช่วงหนึ่งคุณวิทยุตได้นำข่าวการทุจริตจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะของเทศบาลเมืองสุราษฏร์ธานีมาออกอากาศ แต่ไม่เพียงเล่าข่าวครั้งเดียวแล้วจบกัน (อย่างหลายข่าวในหลายๆสื่อ ที่ออกตอนเดียวแล้วหายไป ไม่รู้ความคืบหน้า) คุณวิทยุตก็ยังคงพูดถึงในรายการ "ทันโลกทันคน" อยู่เกือบทุกวัน เอาความคืบหน้ามาเล่าสู่กันฟังตลอด ว่ามีการสอบสวนกันถึงไหน เป็นอย่างไรบ้าง รวมทั้งรายละเอียดของเรื่องราวการทุจริตซื้อที่ดินครั้งนี้ ซึ่งเท่าที่จำได้คือเทศบาลจัดซื้อที่ดินในราคาสูงมากกว่าความเป็นจริง และยังเป็นที่ดินที่ถนนเข้าไม่ถึงด้วย

จนวันหนึ่งคุณวิทยุตเล่าใน "ทันโลกทันคน" ว่ามีคนข่มขู่ไม่ให้พูดถึงเรื่องการทุจริตจัดซื้อที่ดินของเทศบาล ซึ่งผมก็จำไม่ค่อยได้ว่าข่มขู่ด้วยวิธีไหน จะเขียนข้อความข่มขู่ วางระเบิดปลอม หรือมีถุงขี้อยู่หน้าบ้าน ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ที่แน่ใจคือ คุณวิทยุตยังคงรายงานข่าวนี้ต่อไป แต่ก็ลดระดับและความถี่ลงมาบ้าง ในท้ายที่สุด คุณวิทยุตก็ถูกดักยิงเสียชีวิตหน้าสำนักงานขณะกำลังเตรียมจัดรายการ "ทันโลกทันคน"

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอำนาจอิทธิพลของนักการเมืองท้องถิ่นและการคุกคามสื่อมีอยู่จริง แม้แต่ในเขตเทศบาลเมืองซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนที่มีความเจริญที่สุดในจังหวัด แล้วองค์กรอย่าง อบต. ที่อยู่ห่างไกลส่วนกลางล่ะ ปัจจุบันประชาชนคนไทยพร้อมมากน้อยแค่ไหนกับการปกครองส่วนท้องถิ่น? ได้แต่หวังว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะไม่กลับกลายเป็นแก๊งค์ผู้มีอิทธิพลเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ และจัดการด้วยวิธีป่าเถื่อนกับผู้ที่พยายามเปิดโปงความจริง?

ก็ได้แต่หวังว่าพี่น้องคนไทยจะเลือกคนดีมีวิชาเข้ามาปกครองบ้านเมือง ในทุกๆระดับ ทั้งระดับประเทศและในท้องถิ่น ไม่ใช่เลือกนักเลงผู้มีอิทธิพลเข้ามามีอำนาจ สูบเลือดสูบเนื้อสูบเงินภาษีอากรของคนไทยเพื่อความมั่งคั่งของตนเองและพวกพ้อง

ไม่รู้ว่าความคืบหน้าของคดีการลอบยิงคุณวิทยุตไปถึงไหนแล้ว และจัดการกับคนผิดได้หรือยัง แต่ผมก็ยังเชื่อว่าความยุติธรรมในโลกนี้ยังมีอยู่จริง และอำนาจศาลจะไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ก่อนกรุงแตก

อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน
จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล
แม้นชาติย่อยยับอับจน
ประชาชนจะสุขอยู่อย่างไร

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

บทที่ 1 จาก..เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

....
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ
เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก
อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
....
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ
นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย
น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม
....
ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง
สาระพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี
ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
กรุงประเทศราชธานี
จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล
จะสาละวนทั่วโลกทั้งหญิงชาย
จะร้อนอกสมณาประชาราช
จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย
ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
....
กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จนสิ้นนามศักราชห้าพัน
กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ
....

บทที่ 2 ฝันกลางวัน กับความฝันอันลางเลือน

....
ปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา
บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสาย
ศีลธรรมของผู้คนตกต่ำลง
มีการแย่งชิงราชสมบัติกันบ่อยครั้ง
ญาติพี่น้องรบกันเองเพื่อแย่งอำนาจที่ไม่มีวันเพียงพอ และไม่เคยยั่งยืน
....
ขุนนางเก่งในรัชกาลก่อนถูกกำจัดด้วยเกรงว่าจะไม่จงรักภักดี
ขุนนางดีถูกใส่ร้ายป้ายสี และไม่ได้รับการยอมรับนับถือ
ขุนนางชั่วเถลิงอำนาจ สร้างสมความเสื่อมให้แก่บ้านเมือง เพื่อให้บรรลุซึ่งผลประโยชน์ของตน
กษัตริย์ไร้ความสามารถ ขาดทศพิธราชธรรม เชื่อฟังคำของขุนนางกังฉิน
....
อาณาจักรเริ่มขาดความสามัคคี ไร้ซึ่งความมั่นคง
ต่างคนต่างคิดถึงเพียงความสุขส่วนตน ทรัพย์สินเงินทองและอำนาจ
ผู้นำหลงไหลในกามารมณ์ แต่ละวันคิดเพียงแต่จะสรรหาความสุขสนุกสำราญ
ความสุข... ที่เป็นเพียงภาพมายา บนกองทุกข์ของประชาชนทั้งอาณาจักร
อนิจจา... น้อยคนนักที่จะคิดถึงความอยู่รอดของบ้านเมือง
....
ข้าวยากหมากแพง ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
แต่ขุนนาง ผู้มีอำนาจวาสนา กษัตริย์และบรรดาญาติพวกพ้องทั้งหลายเสพสุขกันไม่สิ้นสุด
อาณาจักรใกล้เคียงต่างแข็งเมือง ตีตัวออกห่าง เมื่อเล็งเห็นถึงความเสื่อมของอยุธยา
ความเสื่อมของอาณาจักรอยุธยานี้ เย้ายวนชวนให้เข้ายึดครองยิ่งนัก
....
การยึดบ้านยึดเมืองนั้น
ยึดดินแดนยามศัตรูเปลี่ยนผู้นำ..
ยามศัตรูอ่อนแอ..
ยามศัตรูแตกแยก ขาดความสามัคคี ขาดความเป็นปึกแผ่น
ยามศัตรูถึงที่สุดของความเสื่อม
นับเป็นยอดกุศโลบาย
....
แม้ในยามศึกสงครามผู้คนยังคงคิดถึงเรื่องของตัวเองเป็นใหญ่
เงินทอง อำนาจบารมี ผลประโยชน์ ความสุขสบาย ความปลอดภัย และชีวิตของตน
แม้เสียเกียรติเป็นไส้ศึกให้ หรือขายชาติก็ยอม!
ช่างเป็นบ้านเมืองที่เสื่อมถึงที่สุดแล้วจริงๆ
....
เสียงปืนใหญ่ของพม่ายิงกระหน่ำไม่ขาดสาย
แต่ฝ่ายไทย...เงียบ
เพียงเพราะกษัตริย์กลัวฝูงสนมมเหสีตื่นตกใจเสียงปืนใหญ่ฝ่ายตัวเอง
ผู้คนล้มตายเป็นผักปลา ไม่มีเวลาแม้แต่จะกลบฝัง
เสียงปะทะของดาบโล่และศาสตราวุธนานาชนิด มีอยู่ตลอดเวลา
ทุกนาทีมีคนตาย ทหารหาญต้องพลีชีพ คนดีคือผู้เสียสละ
ส่วนคนที่เหลือนั้นรอคอยฉกฉวยโอกาสจากความพินาศของบ้านเมือง และหาช่องทางเอาตัวรอด
ในที่สุด กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าตีแตก ตกเป็นเมืองขึ้นนาน 15 ปี...
....

บทที่ 3 ตื่นกับฝันต่างกันฉันใด?

ในโลกแห่งความฝัน และโลกแห่งความเป็นจริง ช่างคลับคล้ายคลับคลาราวกับประสบการณ์เดจาวู ความฝันนั้นช่างโหดร้าย เป็นยุคที่เสื่อมทรามที่สุดยุคหนึ่งของดินแดนที่ปัจจุบันเรียกว่าประเทศไทย แต่นั่นก็เป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนานนมมาแล้ว เป็นเพียงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยาวนานของอารยธรรมมนุษย์ แต่ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในอดีตกับเหตุการณ์บ้านเมืองขณะนี้จะไม่เหมือนกันซักทีเดียว ซึ่งอย่างน้อยก็มีระบอบการปกครองที่ไม่เหมือนกัน แต่ฉันก็หวั่นกลัวอยู่ลึกๆ กลัวอย่างไม่มีเหตุผล (หรืออาจจะมีเหตุผลที่ซับซ้อนซักอย่างอยู่ภายในจิตใต้สำนึก?) ที่ฉันกลัว คือกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม เพียงแต่แตกต่างในบริบทและรายละเอียดปลีกย่อย หรือกรุงใกล้จะแตกอีกครั้ง เราจะต้องเสียดินแดนอีกหรือ?

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เมื่อ Clamwin สิ้นท่า พ่ายต่อไวรัส Sality

เป็นธรรมดาของโปรแกรมกำจัดไวรัสทุกตัวที่จะต้องมีจุดอ่อน มีช่องโหว่ ตรวจจับและจัดการไวรัสบางตัวไม่ได้ (บางทียังไปกล่าวหาไฟล์ปกติของเราเองว่าเป็นไวรัสอีก 55+) ถึงแม้ผู้พัฒนาโปรแกรมจะพยายามกำจัดจุดอ่อนที่มีอยู่อย่างไร แต่ก็คงไม่มีวันหมด ยังคงต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ทันต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องระมัดระวังตัวเองด้วย ลดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ง่าย ถ้าติดตั้งโปรแกรมกำจัดไวรัสไว้แล้ว ก็ควรหมั่นอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอๆ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้ตามยถากรรม แล้วมาโทษมันทีหลังว่าไม่ช่วยกันเลย ทั้งๆที่ต้นเหตุสำคัญน่าจะมาจากตัวผู้ใช้มากกว่า

อย่างที่เคยเขียนถึงโปรแกรม Clamwin Antivirus มาแล้วว่ามันมีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน อย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือมันไม่ได้ทำงานแบบ real time คือไม่ได้ตรวจจับไวรัสให้อัตโนมัติ เราต้องสั่งสแกนไวรัสเอง (เป็นความไม่สะดวกสบายของผู้ใช้อย่างผมเองน่ะ 55+ รวมทั้งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ติดไวรัสไปแล้วถึงค่อยมาจัดการทีหลัง ไม่ได้ป้องกันไว้เลย ดังนั้นผมว่าแคลมวินคงมีบทบาทเป็นเพียงพระรอง เป็นตัวช่วยเสริม และมีไว้ใช้ใน USB แฟลชไดร์ฟ กรณีที่ต้องไปทำงานกับคอมพิวเตอร์แปลกหน้าที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจ) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ผมจะพูดถึงวันนี้ จากที่ผมลองใช้เจ้า Clamwin antivirus นี้ดู ก็ค่อนข้างพอใจกับมันที่สามารถกำจัดไวรัสใน USB flash drive ได้ดี โดยเฉพาะ Brontok A ที่แพร่ระบาดมากผ่านทาง USB แฟลชไดร์ฟ ซึ่งผมโดนบ่อย พึงระลึกไว้ว่า แต่ละที่ แต่ละคน มีโอกาสเจอไวรัสได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้น Clamwin อาจจะใช้ได้ผลในที่หนึ่ง แต่ในอีกที่อาจได้ผลไม่ดีก็เป็นได้ ถ้าดันไปเจอไวรัสตัวที่มันกำจัดไม่ได้ ซึ่งในที่สุด Clamwin ของผมก็ได้เจอกับคู่ปรับตัวฉกาจ ที่ Clamwin ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ตรวจหาไวรัสก็ไม่เจอ หนำซ้ำ Clamwin ยังโดนมันโจมตีเองเสียอีก (ยังกะเชื้อ HIV โจมตีระบบภูมิคุ้มกันคน)

ผมมาทราบทีหลังว่าไวรัสที่เจอนี้มีชื่อว่า Sality (เป็นไวรัสที่แพร่กระจายทางแฟลชไดรฟได้) โดยวิธีการง่ายๆถ้าอยากรู้ว่าไฟล์ต้องสงสัยนั้นติดไวรัสอะไร หรือเป็นไวรัสอะไร ทำได้โดยเข้าเว็บไซต์นี้ครับ
http://www.virustotal.com/ และทำการส่งไฟล์ต้องสงสัยนั้นเข้าไป เว็บไซต์นี้จะใช้โปรแกรม Antivirus ทุกชนิดเท่าที่จะหาได้มาตรวจไฟล์นี้ให้ครับ (แต่ไม่ได้ช่วยกำจัดไวรัสให้) และจะแสดงผลให้ดูว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่บอกว่าไฟล์นี้เป็นไวรัสอะไร และบางโปรแกรมก็อาจจะบอกว่าไฟล์นั้นไม่ใช่ไวรัส เราก็จะดูผลโดยรวม ประเมินว่ามันน่าจะเป็นไวรัสรึเปล่า น่าจะเป็นซักกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อดีอีกอย่างคือเราจะได้รู้ว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่สามารถจัดการเจ้าไวรัสที่เราเจออยู่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าจากการทดสอบของผม โปรแกรม Clam AV (ซึ่งมีฐานข้อมูลไวรัสเหมือนกับ Clamwin) ตรวจไม่เจอไวรัส Sality

สำหรับอาการของแฟลชไดร์ฟหลังจากที่ติดไวรัส Sality นั้น ผมเจอไฟล์ชื่อแปลกๆหลายไฟล์ (อ่านชื่อไม่ออกด้วย) เมื่อลบมันทิ้ง ก็มีไฟล์ใหม่เกิดขึ้นมา แล้วชื่อมันเปลี่ยนไปด้วยอ่ะ และก็มีไฟล์ชื่อ Autorun.inf ประมาณว่ามันจะเป็นตัวสร้างไฟล์ชื่อแปลกๆพวกนั้นโดยการสุ่มตัวอักษรมาตั้งเป็นชื่อไฟล์มั้ง ซึ่งโดยปกติแล้วในแฟลชไดร์ฟผมจะมีโปรแกรม CPE17 Autorun killer ใช้กำจัดพวกไวรัส Autorun (ที่โปรแกรมป้องกันไวรัสส่วนใหญ่มักมองข้าม จัดการไม่ได้) แต่ก่อนก็ใช้ได้ผลอยู่นะ กำจัดไวรัสที่ตั้งไฟล์ชื่อ Autorun.inf ได้ดี แต่มาคราวนี้มันกลับใช้ไม่ได้ผล แล้วเวลาสั่งมันสแกนเพื่อกำจัดไวรัส autorun โปรแกรมยังค้างอีก เหอๆ นอกจากนี้ยังเปิดโปรแกรม Clamwin ขึ้นมาไม่ได้ด้วย ดูเหมือนว่ามันจะมีผลต่อไฟล์นามสกุล .exe (โปรแกรมทั้งหลายรวมทั้งโปรแกรมกำจัดไวรัสด้วย) โดยไวรัสจะไปฝังตัวอยู่ที่ไฟล์ .exe เหล่านี้ ซึ่งผมสังเกตเห็นว่าไฟล์ .exe ที่ใช้เปิดโปรแกรม Clamwin มีขนาดใหญ่กว่าเดิม (จาก 114 kb เป็น 188 kb) นี่ตอนที่ผมไปดับเบิ้ลคลิกมันก็อาจจะทำให้ไวรัสมันทำงานต่อก็เป็นได้

นั่นคือประสบการณ์ที่ผมเจอมากับเจ้าไวรัส sality ครับ ร้ายกาจจริงๆ ถ้าลองค้นหาด้วยกูเกิ้ลก็จะมีคนบอกเล่าเรื่องราวการเจอเจ้าไวรัสตัวนี้มากมาย รวมทั้งวิธีการกำจัดมันด้วย ผมก็เจอข้อมูลไวรัสตัวนี้ ซึ่งคนเขียน เขียนไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว อ่านเพิ่มเติมกันดูนะครับ
ที่นี่
http://www.webphand.com/sality/

วิธีการกำจัดไวรัส Sality
- ลองอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสในคอมพิวเตอร์ของคุณดูก่อน (ถ้าไม่ได้อัพเดตมานาน) และเท่าที่ผมทราบโปรแกรมป้องกันไวรัสที่สามารถจัดการไวรัส Sality ได้ ได้แก่ Kaspersky, McAfee, Symantec, Doctor Web, Sophos, Trend Micro, FRISK, ALWIL, Grisoft, Softwin, Panda, และ Eset (NOD32) สำหรับลิงค์เข้าเว็บไซต์ของโปรแกรมเหล่านี้ เข้าไปดูได้ที่นี่
http://gotoknow.org/blog/ekkawits/197696
- Win32/Sality remover 1.1.0.153 ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี (พัฒนาโดย Grisoft)
http://www.softpedia.com/get/Antivirus/Win32-Sality-Remover.shtml
- วิธีการที่ยากขึ้นมาหน่อย เหมาะสำหรับคนที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์
http://www.spywareremove.com/removeSality.html

ถ้ามีข้อสงสัยหรือมีอะไรผิดพลาดช่วยท้วงติงด้วยนะ ขอบคุณมากครับ